ในสังคมผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “การล้ม” อาจดูเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่สำหรับผู้สูงวัยแล้ว การล้มเพียงครั้งเดียวอาจนำไปสู่ภาวะรุนแรงอย่าง กระดูกสะโพกหัก ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางกระดูกและข้อที่ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว เพราะหากปล่อยไว้นาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตได้
กระดูกสะโพกหัก (Hip Fracture) มักเกิดบริเวณส่วนต้นของกระดูกต้นขาใกล้ข้อสะโพก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รับน้ำหนักของร่างกายโดยตรง ในผู้สูงอายุ กระดูกมักเปราะบางจากภาวะกระดูกพรุน ทำให้เพียงแค่ล้มจากท่ายืน ก็สามารถเกิดการหักได้ ภาวะนี้ไม่ใช่แค่ “กระดูกหักธรรมดา” แต่ส่งผลต่อความสามารถในการเคลื่อนไหว การใช้ชีวิต และสุขภาพโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ
หากผู้สูงอายุมีประวัติหกล้ม บางรายอาจยังขยับได้เล็กน้อย ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่รุนแรง ส่งผลให้มารักษาช้า หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที
การรักษากระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ ไม่ได้เน้นเพียงการต่อกระดูก แต่คือการพาผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวให้เร็วที่สุด หากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น
การรักษาขึ้นอยู่กับชนิดของการหัก สุขภาพผู้ป่วย และระดับความรุนแรง โดยมีเป้าหมายสำคัญคือลดภาวะแทรกซ้อน และฟื้นตัวให้เร็วที่สุด
การผ่าตัดช่วยให้ผู้ป่วยสามารถลุกนั่งและเริ่มเดินได้เร็ว ลดความเสี่ยงจากการนอนติดเตียง เป็นแนวทางหลักในผู้สูงอายุ
โดยทั่วไป แนะนำให้ได้รับการผ่าตัดภายใน 24–48 ชั่วโมง หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ ใช้ในบางกรณี เช่น ผู้ป่วยมีโรคร่วมรุนแรง หรือไม่เหมาะกับการผ่าตัด
แม้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วย
โรงพยาบาลพญาไท 2 ให้การดูแลผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักแบบครบวงจร ตั้งแต่
โดยมุ่งเน้นให้ผู้ป่วย “กลับมาเคลื่อนไหวได้เร็ว และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน”
การล้มในผู้สูงอายุ ไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับกระดูกสะโพกหัก การเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดภาวะแทรกซ้อน และเพิ่มโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิม
หากผู้สูงอายุในครอบครัวมีอาการหลังการล้ม อย่ารอให้อาการรุนแรง ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว
บทความโดย : โรงพยาบาลพญาไท 2
Reference : https://www.phyathai.com/th/pyt2/article/hip-fracture-elderly-fall-risk-treatment-fast-recovery-pt2