1.1 วัตถุประสงค์
นโยบายด้านภาษี (“นโยบายฉบับนี้”) จัดทำขึ้นเพื่อเป็นกรอบแนวทางจัดการด้านภาษีที่สอดคล้องตามกฎหมายที่กำหนด โดยมีการยื่นและชำระภาษีที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรภายในบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) (“บริษัท”) เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายด้านภาษีให้มีความครบถ้วน ถูกต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย โดยใช้ทรัพยากรภายในบริษัท ทั้งทางด้านบุคลากร ระบบปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
1.2 ขอบเขตของนโยบาย
นโยบายฉบับนี้ครอบคลุม บริษัทและบริษัทย่อยทั้งในและต่างประเทศ (ถ้ามี) ทั้งนี้ บริษัทย่อยในต่างประเทศจะต้องขออนุมัติใช้นโยบายหรือนํานโยบายฉบับนี้ไปเป็นแนวทางในการจัดทำนโยบายที่เทียบเท่ากัน
1.3 การยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามนโยบาย
ไม่มี
1.4 กฎหมาย กฎเกณฑ์ และนโยบายที่เกี่ยวข้อง
นโยบายฉบับนี้เป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
1.5 วันที่มีผลบังคับใช้
นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
1.6 ความถี่ในการทบทวนและการแก้ไขปรับปรุงนโยบาย
นโยบายฉบับนี้จะต้องได้รับการทบทวนทุก 1 ปี หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญแก่การแก้ไขทบทวนแก้ไข ปรับปรุง
การแก้ไขปรับปรุงที่มีนัยสําคัญ การทบทวน หรือการต่ออายุนโยบายฉบับนี้ จะต้องได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้ การแก้ไขปรับปรุงที่ไม่มีนัยสําคัญจะต้องได้รับการอนุมัติโดยคณะกรรมการจัดการ (“Management Committee : MC”) และ/หรือคณะกรรมการชุดย่อยที่เกี่ยวเนื่อง ก่อนนำรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบตามลำดับ
1.7 ผู้รับผิดชอบนโยบาย
สายบัญชีและการเงิน (ฝ่ายบัญชี) เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการนโยบายฉบับนี้
2.1 คำนิยาม
| 2.1.1 | “บริษัท” หมายถึง บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน) | |
| 2.1.2 | “บริษัทย่อย” หมายถึง บริษัทที่บริษัทถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเกินกว่าร้อยละ 50 | |
| 2.1.3 | “กฎหมาย” หมายถึง บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร และประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่งกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง |
2.2 หลักการทั่วไป
นโยบายฉบับนี้จัดทําขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าการดําเนินงานของบริษัทเป็นไปตามเป้าหมาย กฎหมาย และกฎเกณฑ์ที่กําหนดไว้ ดังนั้น จึงเห็นสมควรที่จะบุคลากรที่ทำงานเกี่ยวข้องกับภาษี ต้องศึกษา ทำความเข้าใจนโยบายด้านภาษีฉบับนี้ และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
2.3 บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ
| 2.3.1 | คณะกรรมการบริษัท (“BoD”) เป็นผู้กําหนดโครงสร้างนโยบาย | |
| 2.3.2 | คณะกรรมการจัดการ (“MC”) เป็นผู้บังคับใช้นโยบาย | |
| 2.3.3 | พนักงาน เป็นผู้นำนโยบายมาปฏิบัติ |
นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นนั้น เจ้าของนโยบายมีหน้าที่รับผิดชอบในการตรวจสอบให้มั่นใจว่าสายงานและ/หรือฝ่ายงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้จัดทําระเบียบปฏิบัติงานเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ และเจ้าของระเบียบปฏิบัติงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการดําเนินการเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีการจัดทําคู่มือปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับระเบียบปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ
2.4 ข้อกำหนด
| 2.4.1 | บริหารจัดการด้านภาษีอากรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย โดยปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด รักษาชื่อเสียงและความสัมพันธ์ที่ดีของบริษัทต่อหน่วยงานภาษีของรัฐที่เกี่ยวข้อง | |
| 2.4.2 | นำส่งภาษีอากรภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและบริหารจัดการการจ่ายเงิน หรือขอคืนภาษีอากรให้เกิดสภาพคล่องสูงสุดแก่บริษัท | |
| 2.4.3 | จัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านภาษี เพื่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในหน่วยงานของทางราชการ เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และสร้างความมั่นใจให้หน่วยงานของทางราชการ | |
| 2.4.4 | กรณีที่มีธุรกรรมใหม่ หรือธุรกรรมที่ซับซ้อน พิจารณาให้มีการวางแผน ศึกษา พิจารณาผลกระทบทางภาษี หรือปรึกษาปัญหาภาษีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมดังกล่าวกับสำนักกฎหมาย หรือที่ปรึกษาด้านภาษี เพื่อลดผลกระทบทางภาษีที่อาจเกิดขึ้นและให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายก่อนดำเนินธุรกรรม | |
| 2.4.5 | กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านภาษี เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานได้ตระหนักในการปฏิบัติงาน และมีการทบทวนความเสี่ยงในเรื่องนี้ทุกปี | |
| 2.4.6 | ให้การสนับสนุนผู้รับผิดชอบด้านภาษีของบริษัทเข้ารับการฝึกอบรม หาความรู้ด้านภาษีอากรอยู่เสมอ | |
| 2.4.7 | ติดตามกฎหมายภาษีที่มีผลบังคับใช้ และ/หรือกำลังจะมีผลบังคับใช้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทเพื่อวางแผน และพิจารณาผลกระทบของกฎหมายต่อบริษัท |
2.5 บทลงโทษ
พนักงานที่ฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ จะถูกลงโทษทางวินัยตามกฎข้อบังคับของบริษัท และอาจมีความผิดตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.6 บทเฉพาะกาล
นโยบายและเอกสารใด ๆ ของบริษัทที่ไม่ขัดหรือแย้ง หรือมีมาตรการที่สูงกว่านโยบายฉบับนี้ ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป แต่หากนโยบายและเอกสารใด ๆ ของบริษัทที่ขัดหรือแย้ง หรือมีมาตรการที่ต่ำกว่า หรือไม่เทียบเท่ากับนโยบายฉบับนี้ ให้สายงาน ฝ่ายงาน ส่วนงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน หรือภายในระยะเวลาอันสมควรแก่กรณีที่จะต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จ นับตั้งแต่วันที่นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้