การกำกับดูแลกิจการที่ดี

​​​​

นโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์

1. วัตถุประสงค์

         เพื่อเป็นแนวทางสำหรับบุคลากรของบริษัทในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ตามมาตรฐานจรรยาบรรณและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการไม่แสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

2. ขอบเขตของนโยบาย

         บุคลากรของบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“บริษัท”) ต้องศึกษาทำความเข้าใจนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

3. วันที่มีผลบังคับใช้

         นโยบายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ

4. ความถี่ในการทบทวนและการแก้ไขปรับปรุงนโยบาย

         นโยบายฉบับนี้จะต้องได้รับการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสําคัญ

5. ผู้รับผิดชอบนโยบาย

         สำนักกำกับการปฏิบัติงานเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการนโยบายฉบับนี้

6. คำนิยาม

         “บริษัท” หมายถึง บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จํากัด (มหาชน)

         “บริษัทย่อย” หมายถึง บริษัทที่บริษัทถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเกินกว่าร้อยละ 50 ของจำนวน หุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิ์ออกเสียง

         “บุคลากรของบริษัท” หมายถึง กรรมการ ผู้บริหาร ลูกจ้าง และพนักงานทุกระดับของบริษัทและบริษัทย่อย

         “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์” หมายถึง สถานการณ์ที่บุคคลมีผลประโยชน์ส่วนตัวขัดแย้งกับหน้าที่และ ความรับผิดชอบของตนเอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบหรือทำให้เกิดการตัดสินใจหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กรหรือผู้มีส่วนได้เสีย และอาจนำไปสู่การละเมิดจริยธรรมและความเสียหายต่อองค์กร

7. หลักการทั่วไป

         บริษัทมุ่งมั่นในการบริหารงานอย่างสุจริต โปร่งใส มีจริยธรรม และสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี การตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นไปด้วย ความระมัดระวัง รอบคอบ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ฉบับนี้ขึ้น

8. นโยบาย

8.1 สถานการณ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์

     ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด ๆ ที่บริษัทและ/หรือกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีส่วนได้เสียในการตัดสินใจดำเนินการในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แก่

8.1.1 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างบุคลากรของบริษัทกับบริษัท
         การตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือการมีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน ส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย เช่น การใช้หรือเปิดเผยข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง การมีส่วนได้เสียในรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการกระทำการใด ๆ อันเป็นการแข่งขันกับบริษัท เป็นต้น
8.1.2 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับบริษัท
         การตัดสินใจของกรรมการ ผู้บริหาร และ/หรือพนักงาน เป็นผลให้บริษัทได้ประโยชน์โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าโดยไม่เป็นธรรม เช่น ผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัทอาจก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับลูกค้า ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบระบบงานบริการ บริษัทควรคำนึงถึงผลประโยชน์ที่แท้จริงของลูกค้า
8.1.3 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ระหว่างลูกค้ากับลูกค้า
         ลูกค้ารายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) อาจมีโอกาสได้รับประโยชน์ หรือการหลีกเลี่ยงผลเสีย ซึ่งผลเสีย จะตกไปสู่ลูกค้าอีกรายหนึ่ง (หรือกลุ่มหนึ่ง) ที่มีลักษณะหรือประเภทเดียวกัน โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อลูกค้าทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม

8.2 การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์

8.2.1 บุคลากรของบริษัทพึงหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น
8.2.2 บุคลากรของบริษัทต้องรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่ตนเกี่ยวข้องที่เกิดขึ้นตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่บริษัทกำหนด
8.2.3 บริษัทจัดให้มีมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และมาตรการจัดการ หากเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ขึ้น
8.2.4 บริษัทจัดให้มีการบันทึกรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
8.2.5 บริษัทจัดให้มีการอบรมในหลักสูตรเกี่ยวกับนโยบายป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นประจำทุกปี

9. บทลงโทษ

         การฝ่าฝืนการปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ เป็นการฝ่าฝืนจรรยาบรรณสำหรับบุคคลขององค์กรและอาจมีความผิดตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง